Month: October 2017

5นักเตะชีวิตพลิกผัน เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งในการเล่นจนถึงปัจจุบัน

อันโตนิโอ วาเลนเซีย

นี้คือ 5นักเตะชีวิตพลิกผัน เมื่อพวกเขาต้องเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นที่เคยเล่นมาทั้งหมดจนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

5นักเตะชีวิตพลิกผัน เมื่อต้องเปลี่ยนตำแหน่งการเล่น

วันนี้เราจะมานำเสนอ 5 นักเตะที่เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นแล้วมีผลงานดีอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์และประสบความสำเร็จมากมาย

1.แกเร็ธ เบล

5นักเตะชีวิตพลิกผัน

ปีกพ่อมดทีมชาติ “มังกรแดง” เวลส์ เริ่มเป็นนักเตะอาชีพกับ “นักบุญแดนใต้” เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนจะถูก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซื้อไปร่วมทีมและได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย หลังจากนั้นพอมาในยุคของ อันเดร วิลลาช โบอาส เบลก็เริ่มถูกดันขึ้นมาเล่นเป็นปีกซ้ายเต็มตัวแล้วก็ทำได้ค่อนข้างดีก่อนจะถูก เรอัล มาดริด ดึงตัวไปร่วมทีม

2.แว็งซ็องต์ ก็องปานี

5นักเตะชีวิตพลิกผัน

ปราการหลัง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างชื่อให้กับตัวเองสมัยค้าแข้งอยู่กับ “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก ซึ่งในตอนนั้นเขายังได้รับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ แต่พอได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาก็ถูกดันลงไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเต็มตัวแล้วก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวจนพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก

3.ฮาเวียร์ มาสเคราโน่

5นักเตะชีวิตพลิกผัน

กองหลังตัวเก่งของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า โด่งดังอย่างมากสมัยค้าแข้งกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก่อนที่ยอดทีมแห่งสเปนจะตัดสินใจซื้อเขามาร่วมทีมซึ่งสมัยอยู่ในอังกฤษเขาได้รับบดให้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกม ซึ่งเขาทำได้ดีก่อนจะต้องถอยลงมาเล่นเป็นกองหลังตั้งแต่ย้ายมาสู่ถิ่น คัมป์ นู อย่างไรก็ตามเขาก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้บทบาทมิดฟิลด์ตัวตัดเกมเลยทีเดียวและยังช่วย บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์มากมายอีกด้วย

4.เซร์คิโอ รามอส

5นักเตะชีวิตพลิกผัน

นักเตะคนสำคัญของ “ราชันชุดชาว” เรอัล มาดริด ซึ่งสมัยก่อนนี้เขายังคงไม่ได้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเหมือนในสมัยนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ เซร์คิโอ รามอส ถูกจับมาเล่นกองหลังแทนที่แบ็กขวาและเขาก็ทำผลงานได้ดีโดยการจับคู่ประสบความสำเร็จคู่กับ เปเป้ ปราการหลังพันธุ์ดุชาวโปรตุเกส

5.อันโตนิโอ วาเลนเซีย

5นักเตะชีวิตพลิกผัน

เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองคนหนึ่งสมัยยังค้าแข้งอยู่กับ วีแกน แอธเลติก เขาแจ้งเกิดในตำแหน่งปีกขวา ก่อนที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะซื้อมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาก็ถูกแปรสภาพจากปีกขวาไปเป็นแบ็กขวา ซึ่งช่วงแรกหลายคนกังวลว่าเขาจะเล่นดีเหมือนหรือไม่แต่เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเขายังเล่นดีจนเป็นตัวหลักของทีมได้

5 นักเตะพวกนี้ล้วนเป็นนักเตะที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่ง ต่อตำแหน่งได้ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่นอกจากนักเตะที่เรากล่าวถึง ยังมีนักเตะอีกมากมายที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นได้ แต่นักเตะพวกนี้แหละคือตัวระดับท็อปของวงการฟุตบอล ที่เปลี่ยนตำแหน่งมาแล้วเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในรายของ เซร์คิโอ รามอส ที่ประกาศศักดาร์เป็นกองหลังที่แกร่งที่สุดในโลก

ปัญหาหนักของหงส์แดง จะทำอย่างไรเมื่อพวกเขามีโอกาสเยอะแต่ยิงไม่ได้

ปัญหาหนักของหงส์แดง อย่างที่แฟนบอลทุกคนเห็นกันมาตลอดตั้งเปิดฤดูกาลคือพวกเขามีโอกาสจบสกอร์มากมายแต่ก็ทำไม่ได้วันนี้เราจะมาพูดถึงจุดนี้กัน

ปัญหาหนักของหงส์แดง หากหวังจะติด 1 ใน 4 ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีหน้า

ปัญหาหนักของหงส์แดง

ก่อนที่ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จะเริ่มเตะแฟนบอลหลายคนคงจะมีหวั่นเกรงต่อการเสริมทัพของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กันบ้างเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้นักเตะฝีเท้าดีอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาร่วมทีมและเขาก็โชว์ผลงานได้ดีตั้งแต่ตอนอุ่นเครื่องแล้ว

นอกจาก ซาลาห์ แล้วนักเตะดาวรุ่งที่ไปคว้าตัวมาจาก “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี ก็น่ากลัวไม่แพ้กันเขาทำผลงานได้ไฉไลเป็นบ้าในช่วงปรีซีซั่นก่อนที่จะต้องนั่งเป็นสำรองซะส่วนมากพอฤดูการเริ่มเปิดตัวขึ้น

ปัญหาใหญ่ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างที่เราเห็นกันมาตลอด 8 นัดคือพวกเขามีโอกาสเยอะมากในการพังตาข่ายคู่แข่งแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยิงได้เพียง 1 หรือ 2 ลูก และยังมีกองหลังที่พร้อมจะเสียประตูทุกเมื่ออีก

อย่างที่เราเห็นกัน แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อีกแล้วจนต้องเอา โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน ถ้าเรามองแค่ผิวเผินแน่นอน ฟีร์มีโน่ อาจจะพอแก้ขัดไปได้แต่เข้าไม่ใช่กองหน้าชนิดที่ว่าโป้งปิดบัญชีเลยเหมือนสมัย เฟอร์นานโด ตอเรส

และนี้คือปัญหาสำคัญของกุนซือชาวเยอรมันถ้าหากเขาต้องการจะให้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานให้ได้ดีกว่านี้ในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลและเขาต้องเสริมด่วนที่สุดด้วยในช่วงตลาดหน้าหนาวเดือน มกราคม นี้

นักเตะที่มองว่าน่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ต้องเป็นกองหน้าระดับโลก เพราะว่าพวกเขามีปีกที่อันตรายอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ อยู่แล้ว ซึ่งถ้าได้กองหน้าที่จบสกอร์คมๆเข้ามารับรองปัญหานี้จะหายไปทันที

แต่ปัญหาคือนักเตะแบบไหนละที่ เจอร์เก้น คล้อปป์ ต้องการดึงตัวมาร่วมทีมยิ่งในช่วงที่ราคานักเตะสูงลิบแบบนี้ ลิเวอร์พูล จะยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นแข่งกับทีมมหาเศรษฐีเลยหรอ

กองหน้าที่คิดว่าน่าสนใจก็พอจะมีอยู่บ้างอย่างเช่น อันเดร โกเมส ที่ตอนนี้ยิงกระจุยอยู่กับ “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน หรือ เมาโร อิการ์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งของ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ก็น่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ทั้งนั้น

ถ้าเกิด “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ตัวกองหน้าดีๆมาสักคนหนึ่ง ฤดูกาลหน้าจะทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่น่ากลัวอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับ เร้ด แมชชีน

ชี้ชัด5จุดสำคัญ เกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เบนฟิก้าหวิว 1-0

ชี้ชัด5จุดสำคัญ

ชี้ชัด5จุดสำคัญ ของเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า แบบจืดชืด 1-0

ชี้ชัด5จุดสำคัญ ทำไม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงฟอร์มไม่ดีเกมเจอ เบนฟิก้า

ชี้ชัด5จุดสำคัญ

1.เปลี่ยนตัวผู้เล่นเยอะ

เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ เปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 4 ตำแหน่งโดยเขาใช้ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ แทนที่ ฟิลด์ โจนส์ ส่วนทางแบ็กซ้ายใช้งาน ดาเล่ย์ บลินด์ กองหน้าทางซ้ายเป็น มาร์คัช แรชฟอร์ด กองหน้าด้านขวาเป็น ฆวน มาต้า แต่เกมนี้จริงๆแล้วกุนซือเลือดฝอยทองน่าจะพัก เนมานย่า มาติช บ้างเนื่องจากลงเล่นแทบทุกนัด

2.ไม่ยอมเล่นเต็มกำลัง

เกมนี้เห็นได้ชัดว่านักเตะของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นกันเบบเนือยๆเพื่อถนอมกำลังหลังจากต้องทำศึกอย่างหนักมาตลอดในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากการเล่นแบบนี้ทำให้เกมที่ควรจะออกมาสนุกกลายเป็นน่าเบื่อไปเลยทันที ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้รีบร้อนในการบุกหวังใช้จังหวะจากการพลาดของคู่แข่งเท่านั้น

3.การขาด ป็อกบา เป็นปัญหามากกว่าที่คิดไว้

พอล ป็อกบา เป็นหัวใจในแดนกลางพอๆกับ เนมานย่า มาติช เมื่อใดที่เขาลงสนามเขาจะคอยขับเคลื่อนเกมรุกให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมี มาติช คอยตัดเกมให้และเราจะเห็นได้ว่าการที่ไม่มีเขาทำให้บอลไม่ค่อยไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็นยิ่งเกมนี้ไม่มี มารูยาน เฟลไลนี่ ด้วยแล้วทำให้ลูกโหม่งไม่อันตรายอย่างที่คิดนอกจากนั้น เฮนริค มคิทาร์ยาน ยังเล่นได้ไม่ค่อยดีเลย

4.เบนฟิก้า ก็ไม่ได้เร่งเกมมากเช่นกัน

เหมือนว่าผลเสมอคือสิ่งที่กุนซือ เบนฟิก้า หวังไว้ซึ่งพวกเขาก็เล่นแบบไม่รีบร้อนอะไรมากนักทำให้ “ปีศาจแดง” ก็ไม่ได้เร่งเกมขึ้นตามไปด้วย แต่พอลงมาเล่นครึ่งหลังเหมือนลูกทีมจะโดน มูรินโญ่ ปลุกใจให้กลับมาเล่นได้ดีอีกครุ้งจึงทำให้เกมรุกของพวกเขากลับมามีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

5.ความเจ้าเล่ห์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

เกมนี้ประตูเดียวได้มาคือการยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่จะบอกว่าเครดิตยกให้นักเตะชาวอังกฤษผู้นี้คนเดียวก็ไม่ได้เพราะว่าผู้รักษาประตูของเจ้าบ้านก็มีอาการประมาทออกมาให้เห็นหลายครั้ง

ก่อนที่จะถึงจังหวะยิงฟรีคิก มาร์คัส แรชฟอร์ด หลอกยิงลูกเตะมุมมาแล้ว 2 ครั้งและพอมาถึงจังหวะฟรีคิกนายทวารวัยรุ่นของ เบนฟิก้า ดันถลำออกมาจากเส้นประตูมากเกินไปเลยถูกหลอกยิงซะอย่างนั้น

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ สำหรับการประสบความสำเร็จในรายการใหญ่

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบที่ผ่านมาของ ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ หลังจากพวกเขาบุกไปเสมอกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาด้วยสกอร์ 1-1

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ หลังทำได้แค่บุกเสมอ เรอัล มาดริด

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ

ใครหลายคนคงจะทราบดีอยู่แล้วสำหรับผลการแข่งขันของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ออกไปบุกยันเสมอกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด 1-1 แต่ถ้าดูดีๆแฟนบอลคงจะบอกว่าการได้ 1 คะแนนออกมาจากถิ่น ซาร์นติอาโก้ เบร์นาเบว จะบอกได้ว่าพวกเขายังโชคดีมากนัก

เกมนี้พวกเขาอาจจะเสมอกันในมุมมองของผลการแข่งขันแต่ถ้าดูรูปเกมแล้วจะเห็นได้ว่าพวกเขาต้องเล่นเกมรับซะส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องชมผู้รักษาประตูอย่าง ฮูโก้ ยอริส ด้วยที่ทำผลงานได้ดีในเกมนี้โดยเฉพาะการเซฟลูกยิงของ โทนี่ โครส

ทีมเยือนต้องพบกับปัญหาในเกมที่จะต้องหยุดเกมรุกของ เรอัล มาดริด เรียกได้ว่ากองกลางตัวรับแทนจะทำหน้าที่ปัดกวาดหน้าแผงกองหลังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามพวกเขานับว่ามีดวงอยู่มากเช่นกัน

แต่ที่เป็นจุดที่น่าสนใจก็คือ แฮร์รี่ เคน ยังคงทำหน้าที่ได้ดีมีหลายจังหวะมากที่เขาสร้างปัญหาให้กับกองหลังของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยเฉพาะ ราฟาเอล วาราน ที่มีปัญหาค่อนข้างมาก

ซึ่งถ้าหากพวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้พวกเขายังคงมีปัญหาให้แก้ไขกันต่อไป ส่วนตัวแล้วนักเตะของพวกเขาจำเป็นที่จะต้องครองบอลให้ได้มากกว่านี้มาก เพราะเกมส่วนมากดันไปเสียบอลให้ผู้เล่นของ เรอัล มาดริด

อย่างที่เรารู้กันก็คือ เรอัล มาดริด มีผู้เล่นจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ,อิสโก้ หรือ คาริม เบนเซม่า ที่พร้อมจะลงโทษพวกเขาได้ตลอดเวลา

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จัดตัวได้แปลกมากสำหรับเกมนี้เขาใช้งานนักเตะอย่าง มุสซ่า ซิสโซโก้ แทนที่จะเป็น เดเล่ อัลลี่ ทำให้ คริสเตียน อิริคเซ่น ต้องขยับมายืนทางด้านซ้ายและยังใช้งานนักเตะดาวรุ่งประจำทีมอย่าง แฮร์รี่ วิ้งค์ ที่คิดว่าอยากจะให้สัมผัสกับประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆบ้าง

ถือว่า ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยังดวงดีอยู่เพราะเราจะเห็นได้ว่า เรอัล มาดริด ในช่วงหลังพวกเขากำลังฟอร์มตกอย่างน่าใจหายนี่ไม่ตกคิดเลยว่า ถ้าหากพวกเขาทำผลงานได้เหมือนปีที่แล้ว “ไก่เดือยทอง” จะโดนไปสักกี่ลูกกันสำหรับฟอร์มการเล่นแบบนี้

 

เก็บตก5เรื่องสำคัญ หลัง “หงส์แดง” เปิดบ้านเจ๊า “ปีศาจแดง” ศึกแดงเดือด

เก็บตก5เรื่องสำคัญ

เก็บตก5เรื่องสำคัญ สำหรับศึกแดงเดือดครั้งล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล ต้องเปิดสนามแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง

เก็บตก5เรื่องสำคัญ เกมแดงเดือดครั้งล่าสุด

เก็บตก5เรื่องสำคัญ

1.แดงเดือดครั้งนี้ไม่เดือดเหมือนครั้งก่อน

โชเซ่ มูรินโญ่ พึ่งจะนำทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงทำศึกแดงเดือดกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ครั้งแรกและเขาก็ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่ธรรมดาไปเลยเกมหนึ่งเพราะเขาเลือกที่จะมาตั้งรับให้เหนียวแน่นมากเอาไว้ก่อน ซึ่งรูปเกมก็ออกมาเป็นเจ้าบ้านที่เป็นฝ่ายครองบอลได้และบุกเข้าหาทีมเยือนแทบจะตลอดแต่ก็ไม่สามารถพังประตู และมันก็ทำให้แดงเดือดครั้งนี้มาสนุกซะเลย

2.ดาบิด เด เคอา ยังคงช่วย เร้ด เดวิลล์ ไว้ได้เสมอยามลำบาก

ถ้าจะถามว่านักเตะคนไหนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ดีมากๆก็คงจะหนีไม่พ้น ดาบิด เด เคอา ที่พยายามช่วยทีมจากเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ได้หลายต่อหลายครั่งโดยเฉพาะจังหวะที่ โจเอล มาติป กองหลังของ “หงส์แดง” ที่เติมขึ้นมายิงจ่อๆแต่นายทวารชาวสแปนิชก็ยังใช้ขาเซฟลูกยิงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

3.โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังมีอะไรต้องแก้ไขอีกมากมาย

แน่นอน ซาลาห์ เป็นหนึ่งในนักเตะในทัพ ลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยมตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น โดยเขาสร้างปัญหาให้กับทุกทีมได้เลยทีเดียวและเกมนี้ก็เช่นกัน ดาวเตะทีมชาติอียิปต์เล่นงานแผงหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ค่อนข้างเยอะแต่เขาก็มีปัญหาเรื่องการตัดสินใจที่บางจังหวะควรจะจ่ายกลับยิงเองส่วนบ้างจังหวะควรยิงเองก็กลับจ่ายให้เพื่อน

นอกจากนั้นเขายังเป็นคนที่ยิงไม่มีพลังเอาเสียเลยในเกมนี้ ซึ่งถ้าหากเขาพัฒนาเรื่องทักษะในการทำประตูให้ได้มากกว่านี้เขาน่าจะอันตรายเพิ่มขึ้นแน่นอน

4.”ปีศาจแดง” ยังต้องทำให้ได้ดีกว่านี้กับเกมใหญ่ๆในอนาคต

ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่ได้เจอทีมใหญ่ๆเลย ซึ่งในเกมกับ ลิเวอร์พูล นี้มันก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีปัญหาและถ้าหากจังหวะถึงแชมป์พวกเขาคงต้องเล่นให้ได้ดีกว่านี้

5.อัฒจันทร์ของ เคนนี่ ดัลกลิช

เกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้ทำพิธีฉลองเปิดอัฒจันทร์ใหม่ภายใต้ชื่อของ เคนนี่ ดัลกลิช เพื่อให้เกียรติแก่นักเตะระดับตำนานผู้นี้และยังมีคนดังหลายรายที่มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน

ตัดเกรดนักเตะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกถล่ม มาริบอร์ เละเทะ 7-0

สำหรับวันนี้คือการ ตัดเกรดนักเตะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่สามารถบุกไปเอาชนะ มาริบอร์ ได้ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงเหมือนเดิม 7-0

ตัดเกรดนักเตะ ลิเวอร์พูลเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดล่าสุด

ตัดเกรดนักเตะ

1.ลอริส คาริอุส 6 คะแนน

เกมนี้เขาได้ลงเล่นแทนที่ ซิมง มินโญเล่ย์ และเขาก็ทำจะไม่มีจังหวะให้ต้องเซฟอะไรมากนักเพื่อการบุกส่วนใหญ่เป็นของทีมเยือนซะมากกว่าในเกมนี้

2.เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 7 คะแนน

แบ็กขวาดาวรุ่งรายนี้ทำผลงานได้ดีในเกมรับเขาเล่นด้วยความีวินัยก่อนจะสามารถช่วยทีมยิงประตูได้ 1 ลูกซึ่งเขายิงไกลไปแฉลบกองหลังทีมเจ้าบ้านเข้าประตูไป

3.โจแอล มาติป 6 คะแนน

เกมนี้ มาติป เล่นได้ดีเหมือนเคยเขาหยุดเกมรุกของ มาริบอร์ ได้ตลอดนอกจากนี้งานเขาก็ยังไม่หนักมากนักเนื่องจากเขาแทบไม่มีอะไรให้ต้องลำบากเลยสำหรับเกมนี้

4.เดยัน ลอฟเรน 6 คะแนน

เช่นเดียวกับ มาติก ลอฟเรน เล่นได้แข่งแกร่ง ดุดัน แต่เขาก็แทบจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันอะไรเลยในเกมนี้และเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีอยู่แล้ว

5.อัลเบร์โต้ โมเรโน่ 7 คะแนน

แบ็กจอมบุกรายนี้เติมเกมได้มันเลยเหลือนเกินในเกมนี้ทำให้เกมบุกทางกราบซ้ายของ ลิเวอร์พูล วูบวาบมากๆซึ่งมันนำมาถึงประตูที่ 4 ที่ทีม “หงส์แดง” ทำได้ในแมตช์นี้

6.เอ็มเร่ ชาน

มิดฟิลด์ชาวเยอรมันลงเล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวต่ำในเกมนี้แทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเกมบุกหรือช่วยในเกมรับ

7.จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 7 คะแนน

สำหรับกองกลางชาวดัตช์ในแมตช์นี้เขาคุมเกมได้ดีในแผงมิดฟิลด์ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมรักษาสมดุลในทั้งเกมรับและรุกได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

8.เจมส์ มิลเนอร์ 8 คะแนน

เขาทำได้กลับมาเล่นในตำแหน่งกองกลางอีกครั้งและเขาก็ทำได้ดีด้วยสำหรับเกมนี้ เขาเป็นหัวใจในเกมกลางสนามของ “หงส์แดง” จริงๆ

9.โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ใช้ความเร็วของเขาในการโจมตีคู่แข่งซึ่งเขาสามารถทำแฮตทริคได้ในเกมนี้ ก่อนจะทำลายเกมของทีมเจ้าบ้านได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

10.โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

หาช่องว่างได้ดีในเกมนี้ และเป็นการเรียกความมั่นใจที่ดีก่อนจะต้องกลับเป็นเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

11.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 9 คะแนน

อาศัยความคล่องตัวของเขาในการเล่นงานกองหลังคู่แข่งและทำได้ดีในเกมนี้นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นผู้เล่นของทีมเยือน ลิเวอร์พูล ที่เล่นได้ดีที่สุดของทีมอีกด้วยนับว่าเป็นฟอร์มที่ต้องการของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือประจำทีมก่อนเจอ สเปอร์

เนย์มาร์ มั่นใจ เอ็มปัปเป้ จะกลายเป็นยอดกองหน้าบนโลกใบนี้

เนย์มาร์ ยอดกองหน้าค่าตัวมหาศาลจากค่าย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ระบุว่าเขาจะพยายามช่วยสร้างให้ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ กลายเป็นกองหน้าแถวหน้าของโลก

เนย์มาร์ เชื่อ เอ็มปัปเป้ ยังพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้อีกเยอะ

เนย์มาร์

สำหรับกองหน้าทีมชาติบราซิลรายนี้ย้ายมาร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 222 ล้านยูโรจาก “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า พร้อมกับ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ที่ย้ายมาช่วงซัมเมอร์เช่นเดียวกันด้วยสัญญายืมตัวก่อนที่ทีมดังจากลีกเอิงจะต้องซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้าด้วยค่าตัว 150 ล้านยูโร

การมาของทั้ง 2 คนนี้ช่วยยกระดับเกมรุกของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการมาประสานงานร่วมกับกองหน้าตัวเก๋าอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะทีมใหญ่อย่าง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มาแล้วในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ก่อนหน้านี้หัวหอกเลือดแซมบ้า กล่าวว่า เขาจะช่วยให้ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ พัฒนาฝีเท้าให้ได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน

“ใช่เขาคือเด็กที่มีพรสวรรค์จริงๆสำหรับ นักเตะด้วยกัน เขากำลังเล่นได้ดีมีความมั่นใจมากขึ้น เขามีความสามารถมากพอที่จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในอนาคตได้ ผมอยากให้เขาได้เจอกับสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตของเขาและผมหวังอย่างยิ่งว่าผมจะสามารถช่วยให้เขาพัฒนาได้มากกว่านี้เหมือนที่ ลิโอเนล เมสซี่ ช่วยผมที่ บาร์เซโลน่า” กองหน้าทีมชาติบราซิล กล่าว

ปัจจุบัน อดีตหัวหอกอาแอส โมนาโก อย่าง คีลิยัน เอ็มปัปเป้ พึ่งจะทำสถิติใหม่ด้วยเป็นนักเตะอายุไม่เกิน 20 ปีที่ยิงได้เยอะที่สุดในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยจำนวนทั้งหมด 8 ลูกและสถิติเก่าของเขาที่ทำได้คือ 6 ลูก สมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่กับ อาแอส โมนาโก

อย่างไรก็ตามเขาเคยตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่ของยุโรปไม่ว่าจะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า หรือ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ก็ต่างให้ความสนใจในฝีเท้าของเขาทั้งนั้น

โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้กำลังต้องการความเปลี่ยนแปลงหลัง 2 ฤดูกาลหลังพวกเขาตกต่ำลงมามากล่าสุดพึ่งจะหลุด 1 ใน 4 อดไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว

และผลงานในฤดูกาลนี้ก็เป็นที่วิจารณ์ของแฟนบอลมากมาย คนที่น่าจะเดือดร้อนที่สุดน่าจะเป็น อาร์แซน เวนเกอร์ ที่น่าจะถูกปลดออกแน่นอนถ้าหากผลงานไม่ดีขึ้น

การที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังไม่สามารถซื้อตัว เอ็มปัปเป้ ได้ในช่วงซัมเมอร์เพราะพวกเขาอาจจะโดนลงโทษเกี่ยวกับกฏควบคุมการเงิน

กุนซือทอฟฟี่สีน้ำเงิน รับสภาพอาจถูกปลดถ้าหากผลงานของทีมไม่ดีขึ้น

โรนัลด์ คูมัน กุนซือทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ตกเป็นข่าวว่าอาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมหลังพาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ช่วงที่ผ่านมา

กุนซือทอฟฟี่สีน้ำเงิน เตรียมถูกปลดหลังแพ้ ลียง คาบ้านตัวเอง

กุนซือทอฟฟี่สีน้ำเงิน

โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมเก้าอี้ร้อนแห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อาจจะถูกผู้บริหารของทีมปลดออกจากตำแหน่งในเร็ววันนี้หลังพึ่งนำทีมลงทำศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก พ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง คาบ้านตัวเอง 1-2 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค

นอกจากผลงานในถ้วยยุโรปจะยังไม่ค่อยสู้ดีนัก ผลงานภายในลีกก็ย่ำแย่พวกเขาอยู่อันดับที่ 16 ของตารางคะแนนมี 8 คะแนนจากการลงเล่นไปแล้วทั้งหมด 8 นัด

เกมล่าสุดที่เจอกับ โอลิมปิก ลียง นาบิล เฟคีร์ ยิงให้ทีมเยือนออกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 ก่อนนที่ลงมาเล่นครึ่งหลังและเป็น แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 69 แต่จากนั้นไม่นานทีมเยือนก็มาได้ประตูชัยจาก แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ทำให้เอฟเวอร์ตัน เก็บได้แค่ 1 คะแนนเท่านั้นจากการลงเล่น 3 นัดอยู่อันดับสุดท้ายของกลุ่ม อี

ความกดดันครั้งนี้มันสืบเนื่องมาจากที่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ใช้จ่ายเม็ดเงินไปจำนวนมากในช่วงซัมเมอร์และเจ้าของทีมก็คาดหวังว่าทีมของเขาจะสามารถสู้กับบรรดาทีมใหญ่อย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , “เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , “สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี , “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล , “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้อย่างสูสี

“แน่นอนถ้าหากทีมทำผลงานได้ไม่ดีหรือผลงานมันแย่อย่างต่อเนื่อง บอร์ดบริหารต้องทำอะไรสักอย่างและผู้จัดการทีมคือสิ่งแรกๆที่พวกเขาต้องจัดการ ผู้บริหารคือคนตัดสินใจคนสุดท้าย ไม่ใช่ผม ผมเข็มแข็ง และพยายามทำทุกอย่างที่ผมทำได้ ถ้าคิดว่าผมไม่ใช่คนที่ผมสม ผมก็ควรจะถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม”

การเสริมทัพของ เอฟเวอร์ตัน ช่วงซัมเมอร์ถือว่าพวกเขาใช้เงินเยอะมากและก็ดึงตัวนักเตะฝีเท้าดีมากมายเช่นกันอย่างเช่น ดาวี่ คลาสเซ่น กัปตันทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หรือ เวย์น รูนี่ ที่ย้ายกลับมาบ้านเก่าของเขาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลายฝ่ายเชื่อว่าบอร์ดบริหารของ เอฟเวอร์ตัน น่าจะเหลือเวลาให้ โรนัลด์ คูมัน อีกเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้นเพื่อที่จะต่อลมหายใจของเขาออกไปถ้าหากเขาทำผลงานได้ไม่ดีขึ้นก็อาจจะถูกปลดซึ่งต้องมาดูว่าผลงานของเขากับการคุมทีมในเกมหน้าจะเป็นอย่างไร

 

เดอะ กันเนอร์ส หืดจับก่อนเชือด ซเวซด้า 1-0 ศึก ยูโรป้า ลีก นัดล่าสุด

เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล เกือบทำผลงานได้ไม่ดีหลังต้องออกไปเยือน ซเวซด้า ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะไปได้จาการยิงของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ชิรูด์ ช่วยเซฟ เดอะ กันเนอร์ส เกมล่าสุด

เดอะ กันเนอร์ส

เกมยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นการพบกันระหว่าง ซเวซต้า เปิดสนาม สตาดิโอน ราจโก้ มิติช ต้อนรับการมาเยือนของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ตอนนี้ฟอร์มก็ไม่ได้ร้อนแรงอะไรมากนัก

เจ้าบ้าน ซเวซด้า ได้ตัว มิลาน โรดิช กลับมาฟิตลงตัวจริงหลังจากได้รับบาดเจ็บ นอกนั้นก็ใช้ผู้เล่นชุดเดิมเหมือนที่เคยเป็นมา กองหน้าใช้งาน ริชมอนด์ โบอัคเย่ ในการโจมตีคู่แข่ง

ทางด้าน อาร์เซน่อล มีปัญหาค่อนข้างมากในเกมนี้ขาด ชโดคราน มุสตาฟี่ , คาลัม แชมเบอร์ส ,ซานติ กาซอร์ล่า และ แดนนี่ เวลเบ็ค เลยต้องใช้แนวรุกเท่าที่มีนำทีมโดย ธีโอ วัลค็อตต์ และ โอลิวิเย่ ชิรูดด์ ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าในเกมนี้

เกมนี้โอกาสแรกของทีมเยือนมาในนาทีที่ 15 เมื่อ ร็อบ โฮลดิ้ง เติมขึ้นมาทางขวาก่อนจะวางบอลยาวให้ ธีโอ วัลค็อตต์ หลุดไปคนเดียวแต่ยิงไม่ผ่าน มิลาน บอร์ยาน

เกมผ่านไป 20 นาทีเจ้าบ้านมาได้จังหวะเสียวบ้างเมื่อ ริชมอนด์ โบอัคเย่ แทงบอลทะลุช่องให้กับ สลาโวลยุบ เซอร์นิช ยิงไกลด้วยเท้าขวาเฉี่ยวเสาออกไปชนิดได้ลุ้น

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 26 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูอีกครั้งหนึ่งเมื่อ เนนัด เคิร์สสติติช เปิดลูกเตะมุมเข้ามาให้ ริชมอนด์ โบอัคเย่ โหม่งเต็มแต่น่าเสียดายที่บอลไปชนคาน

ทีมเยือน อาร์เซน่อล มาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 38 เมื่อ ฟร็องซิส โกเกอเล็ง จ่ายไปให้ มาติเยอร์ เดอบูชี่ ที่เติมขึ้นมาทางกราบขวาซัดด้วยเท้าขวาเต็มๆแต่ติดบล็อค

นาทีที่ 44 อาร์เซน่อล เริ่มครองบอลได้มากกว่าเดิม โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ เปิดบอลยาวไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้โหม่งเต็มหัวแต่ก็น่าเสียดายที่บอลไปชนคาน ทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ 0-0

ครั้งหลังเริ่มเกมได้ 12 นาที ซเวซด้า ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ฟิลิป สตอยโควิช เติมขึ้นมาก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางให้ เนนัด เคิร์สติซิช โหม่งแต่ยังไม่ผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก

เกมยังคงเปิดหน้าแลกกกันสนุกจนเกมาถึงนาทีที่ 85 ทีมเยือนเมื่อ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่ดูจะเงียบๆในเกมนี้ โหม่งบอลต่อให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หมุนตัวยิงด้วยเท้าซ้ายบอลเสียบตาข่ายสวยงามเข้าไปและจบเกมส์ด้วยสกอร์นี้

ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ฟอร์มบู่ต่อเนื่องเปิดบ้านแพ้ โอลิมปิก ลียง 1-2

ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ยังคงทำผลงานแย่ได้แบบคงเส้นคงวาจริงๆเมื่อล่าสุดพวกเขาพึ่งจะแพ้ต่อ โอลิมปิก ลียง คาบ้านตัวเอง 1-2

ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ยังไม่ดีขึ้นแพ้อีกแล้ว ยูโรป้า ลีก

ทอฟฟี่สีน้ำเงิน

เกมยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นัดล่าสุดเป็นการพบกันระหว่าง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดสนาม กูดิสัน พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ โอลิมปิก ลียง ทีมดังจากลีกเอิง ฝรั่งเศษ

เกมนี้ โรนัลด์ ยังคงไม่ใช้งาน เวย์น รูนี่ย์ นักเตะค่าเหนื่อยแพงที่สุดของทีมและยังดร็อป กิลฟี่ ซิกูร์ดสัน มิดฟิลด์ค่าตัว 45 ล้านปอนด์ ที่ยังทำผลงานได้ย่ำแย่เหมือนเคย

ทางด้านทีมเยือน โอลิมปิก ลียง ยังคงทำผลงานได้ไม่ดีเหมือนกันเมื่อเกมยุโรปของพวกเขาก็ยังไม่ชนะใครเลย 4 นัดติดต่อกัน

เริ่มเกมมาได้แต่ 6 นาที โอลิมปิก ลียง ก็บุกมาช็อกแฟนบอลฝ่ายเจ้าบ้านก่อนเมื่อพวกเขาทำเกมขึ้นมาทางซ้ายและ เมสัน โอลเกท เข้าพรวดใส่ มาร์ซาล ล้มในเขตโทษผู้ตัดสินจึงไม่มีทางเลือกต้องเป่าเป็นลูกจุดโทษให้กับทีมและผู้สังหารก็เป็น นาบีล เฟคีร์ กัปตันทีมและเขาก็ไม่พลาดส่งทีมเยือนออกนำก่อน 1-0

นาทีที่ 21 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้านจากลูกทุ่ม เควิน มิราลาส กระชากบอลจากทางด้านข้างเข้ามาในริมเขตโทษระยะ 20 หลา แต่ดันยิงไม่ดีบอลเฉี่ยวเสาหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 31 ลียงได้ ฟรีคิกบ้าง เมมฟิส เดอปาย ยิงจากหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายระยะ 25 หลา บอลไปแฉลบหัวผู้เล่นเจ้าบ้านบอลเลยไปชนเสาเกือบเข้าประตู

ทั้ง 2 ทีมแลกหมัดกันอย่างดุเดือดและในนาทีที่ 35 ดาวี่ย์ คลาสเซ่น ส่องไกลจากทางด้านขวาแต่ผู้รักษาประตู แอนโธนี่ โลเปซ ยังปัดออกไปได้

ทีมเยือนเริ่มเล่นเกมสวนกลับเมื่อ เดอปายได้ลูกจ่ายจากทางด้านซ้ายแล้วหลุดไปถึงหน้าเขตโทษ แต่จังหวะสับไกเรียดระยะ 18 หลาบอลไม่แรง จอร์แดน พิคฟอร์ด ล้มตัวรับสบาย ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครี่งหลังเริ่มมา ดาวี่ย์ คลาสเซ่น ถูกถอดออกจากการเล่นและใช้งาน อเดโลม่า ลุคแมน ลงไปเล่นแทนทำให้เกมของเจ้าบ้านดีขึ้นก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 68 กิลฟี่ ซิกุร์ดสัน โยนบอลยาวไปให้ แอชลี่ วิลเลี่ยมส์โหม่งจ่อๆเข้าไปไม่เหลือเสมอ 1-1

หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ทีมเยือนมาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ เลื้อยขึ้นไปทางขวาถึงเส้นหลังและหักกลับเข้ามาเสาแรกให้ ตราโอเล่ ยิงไขว้เข้าไปไม่พลาดทีมเยือนบุกชนะ 2-1