Category: แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชี้ชัด5จุดสำคัญ เกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เบนฟิก้าหวิว 1-0

ชี้ชัด5จุดสำคัญ

ชี้ชัด5จุดสำคัญ ของเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า แบบจืดชืด 1-0

ชี้ชัด5จุดสำคัญ ทำไม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงฟอร์มไม่ดีเกมเจอ เบนฟิก้า

ชี้ชัด5จุดสำคัญ

1.เปลี่ยนตัวผู้เล่นเยอะ

เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ เปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 4 ตำแหน่งโดยเขาใช้ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ แทนที่ ฟิลด์ โจนส์ ส่วนทางแบ็กซ้ายใช้งาน ดาเล่ย์ บลินด์ กองหน้าทางซ้ายเป็น มาร์คัช แรชฟอร์ด กองหน้าด้านขวาเป็น ฆวน มาต้า แต่เกมนี้จริงๆแล้วกุนซือเลือดฝอยทองน่าจะพัก เนมานย่า มาติช บ้างเนื่องจากลงเล่นแทบทุกนัด

2.ไม่ยอมเล่นเต็มกำลัง

เกมนี้เห็นได้ชัดว่านักเตะของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นกันเบบเนือยๆเพื่อถนอมกำลังหลังจากต้องทำศึกอย่างหนักมาตลอดในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากการเล่นแบบนี้ทำให้เกมที่ควรจะออกมาสนุกกลายเป็นน่าเบื่อไปเลยทันที ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้รีบร้อนในการบุกหวังใช้จังหวะจากการพลาดของคู่แข่งเท่านั้น

3.การขาด ป็อกบา เป็นปัญหามากกว่าที่คิดไว้

พอล ป็อกบา เป็นหัวใจในแดนกลางพอๆกับ เนมานย่า มาติช เมื่อใดที่เขาลงสนามเขาจะคอยขับเคลื่อนเกมรุกให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมี มาติช คอยตัดเกมให้และเราจะเห็นได้ว่าการที่ไม่มีเขาทำให้บอลไม่ค่อยไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็นยิ่งเกมนี้ไม่มี มารูยาน เฟลไลนี่ ด้วยแล้วทำให้ลูกโหม่งไม่อันตรายอย่างที่คิดนอกจากนั้น เฮนริค มคิทาร์ยาน ยังเล่นได้ไม่ค่อยดีเลย

4.เบนฟิก้า ก็ไม่ได้เร่งเกมมากเช่นกัน

เหมือนว่าผลเสมอคือสิ่งที่กุนซือ เบนฟิก้า หวังไว้ซึ่งพวกเขาก็เล่นแบบไม่รีบร้อนอะไรมากนักทำให้ “ปีศาจแดง” ก็ไม่ได้เร่งเกมขึ้นตามไปด้วย แต่พอลงมาเล่นครึ่งหลังเหมือนลูกทีมจะโดน มูรินโญ่ ปลุกใจให้กลับมาเล่นได้ดีอีกครุ้งจึงทำให้เกมรุกของพวกเขากลับมามีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

5.ความเจ้าเล่ห์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

เกมนี้ประตูเดียวได้มาคือการยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่จะบอกว่าเครดิตยกให้นักเตะชาวอังกฤษผู้นี้คนเดียวก็ไม่ได้เพราะว่าผู้รักษาประตูของเจ้าบ้านก็มีอาการประมาทออกมาให้เห็นหลายครั้ง

ก่อนที่จะถึงจังหวะยิงฟรีคิก มาร์คัส แรชฟอร์ด หลอกยิงลูกเตะมุมมาแล้ว 2 ครั้งและพอมาถึงจังหวะฟรีคิกนายทวารวัยรุ่นของ เบนฟิก้า ดันถลำออกมาจากเส้นประตูมากเกินไปเลยถูกหลอกยิงซะอย่างนั้น

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ สำหรับการประสบความสำเร็จในรายการใหญ่

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบที่ผ่านมาของ ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ หลังจากพวกเขาบุกไปเสมอกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาด้วยสกอร์ 1-1

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ หลังทำได้แค่บุกเสมอ เรอัล มาดริด

ไก่เดือยทองยังดีไม่พอ

ใครหลายคนคงจะทราบดีอยู่แล้วสำหรับผลการแข่งขันของ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ออกไปบุกยันเสมอกับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด 1-1 แต่ถ้าดูดีๆแฟนบอลคงจะบอกว่าการได้ 1 คะแนนออกมาจากถิ่น ซาร์นติอาโก้ เบร์นาเบว จะบอกได้ว่าพวกเขายังโชคดีมากนัก

เกมนี้พวกเขาอาจจะเสมอกันในมุมมองของผลการแข่งขันแต่ถ้าดูรูปเกมแล้วจะเห็นได้ว่าพวกเขาต้องเล่นเกมรับซะส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องชมผู้รักษาประตูอย่าง ฮูโก้ ยอริส ด้วยที่ทำผลงานได้ดีในเกมนี้โดยเฉพาะการเซฟลูกยิงของ โทนี่ โครส

ทีมเยือนต้องพบกับปัญหาในเกมที่จะต้องหยุดเกมรุกของ เรอัล มาดริด เรียกได้ว่ากองกลางตัวรับแทนจะทำหน้าที่ปัดกวาดหน้าแผงกองหลังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามพวกเขานับว่ามีดวงอยู่มากเช่นกัน

แต่ที่เป็นจุดที่น่าสนใจก็คือ แฮร์รี่ เคน ยังคงทำหน้าที่ได้ดีมีหลายจังหวะมากที่เขาสร้างปัญหาให้กับกองหลังของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โดยเฉพาะ ราฟาเอล วาราน ที่มีปัญหาค่อนข้างมาก

ซึ่งถ้าหากพวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้พวกเขายังคงมีปัญหาให้แก้ไขกันต่อไป ส่วนตัวแล้วนักเตะของพวกเขาจำเป็นที่จะต้องครองบอลให้ได้มากกว่านี้มาก เพราะเกมส่วนมากดันไปเสียบอลให้ผู้เล่นของ เรอัล มาดริด

อย่างที่เรารู้กันก็คือ เรอัล มาดริด มีผู้เล่นจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ,อิสโก้ หรือ คาริม เบนเซม่า ที่พร้อมจะลงโทษพวกเขาได้ตลอดเวลา

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จัดตัวได้แปลกมากสำหรับเกมนี้เขาใช้งานนักเตะอย่าง มุสซ่า ซิสโซโก้ แทนที่จะเป็น เดเล่ อัลลี่ ทำให้ คริสเตียน อิริคเซ่น ต้องขยับมายืนทางด้านซ้ายและยังใช้งานนักเตะดาวรุ่งประจำทีมอย่าง แฮร์รี่ วิ้งค์ ที่คิดว่าอยากจะให้สัมผัสกับประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆบ้าง

ถือว่า ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยังดวงดีอยู่เพราะเราจะเห็นได้ว่า เรอัล มาดริด ในช่วงหลังพวกเขากำลังฟอร์มตกอย่างน่าใจหายนี่ไม่ตกคิดเลยว่า ถ้าหากพวกเขาทำผลงานได้เหมือนปีที่แล้ว “ไก่เดือยทอง” จะโดนไปสักกี่ลูกกันสำหรับฟอร์มการเล่นแบบนี้

 

ตัดเกรดนักเตะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกถล่ม มาริบอร์ เละเทะ 7-0

สำหรับวันนี้คือการ ตัดเกรดนักเตะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่สามารถบุกไปเอาชนะ มาริบอร์ ได้ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงเหมือนเดิม 7-0

ตัดเกรดนักเตะ ลิเวอร์พูลเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดล่าสุด

ตัดเกรดนักเตะ

1.ลอริส คาริอุส 6 คะแนน

เกมนี้เขาได้ลงเล่นแทนที่ ซิมง มินโญเล่ย์ และเขาก็ทำจะไม่มีจังหวะให้ต้องเซฟอะไรมากนักเพื่อการบุกส่วนใหญ่เป็นของทีมเยือนซะมากกว่าในเกมนี้

2.เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 7 คะแนน

แบ็กขวาดาวรุ่งรายนี้ทำผลงานได้ดีในเกมรับเขาเล่นด้วยความีวินัยก่อนจะสามารถช่วยทีมยิงประตูได้ 1 ลูกซึ่งเขายิงไกลไปแฉลบกองหลังทีมเจ้าบ้านเข้าประตูไป

3.โจแอล มาติป 6 คะแนน

เกมนี้ มาติป เล่นได้ดีเหมือนเคยเขาหยุดเกมรุกของ มาริบอร์ ได้ตลอดนอกจากนี้งานเขาก็ยังไม่หนักมากนักเนื่องจากเขาแทบไม่มีอะไรให้ต้องลำบากเลยสำหรับเกมนี้

4.เดยัน ลอฟเรน 6 คะแนน

เช่นเดียวกับ มาติก ลอฟเรน เล่นได้แข่งแกร่ง ดุดัน แต่เขาก็แทบจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความกดดันอะไรเลยในเกมนี้และเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีอยู่แล้ว

5.อัลเบร์โต้ โมเรโน่ 7 คะแนน

แบ็กจอมบุกรายนี้เติมเกมได้มันเลยเหลือนเกินในเกมนี้ทำให้เกมบุกทางกราบซ้ายของ ลิเวอร์พูล วูบวาบมากๆซึ่งมันนำมาถึงประตูที่ 4 ที่ทีม “หงส์แดง” ทำได้ในแมตช์นี้

6.เอ็มเร่ ชาน

มิดฟิลด์ชาวเยอรมันลงเล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวต่ำในเกมนี้แทนที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเกมบุกหรือช่วยในเกมรับ

7.จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 7 คะแนน

สำหรับกองกลางชาวดัตช์ในแมตช์นี้เขาคุมเกมได้ดีในแผงมิดฟิลด์ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมรักษาสมดุลในทั้งเกมรับและรุกได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

8.เจมส์ มิลเนอร์ 8 คะแนน

เขาทำได้กลับมาเล่นในตำแหน่งกองกลางอีกครั้งและเขาก็ทำได้ดีด้วยสำหรับเกมนี้ เขาเป็นหัวใจในเกมกลางสนามของ “หงส์แดง” จริงๆ

9.โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ใช้ความเร็วของเขาในการโจมตีคู่แข่งซึ่งเขาสามารถทำแฮตทริคได้ในเกมนี้ ก่อนจะทำลายเกมของทีมเจ้าบ้านได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

10.โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

หาช่องว่างได้ดีในเกมนี้ และเป็นการเรียกความมั่นใจที่ดีก่อนจะต้องกลับเป็นเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

11.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 9 คะแนน

อาศัยความคล่องตัวของเขาในการเล่นงานกองหลังคู่แข่งและทำได้ดีในเกมนี้นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นผู้เล่นของทีมเยือน ลิเวอร์พูล ที่เล่นได้ดีที่สุดของทีมอีกด้วยนับว่าเป็นฟอร์มที่ต้องการของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือประจำทีมก่อนเจอ สเปอร์